
ฝนเทลงมาไม่หยุดตั้งแต่หัวค่ำ เสียงน้ำซัดกระทบหลังคาสังกะสีบ้านไม้ดังเป็นจังหวะชวนให้ใจเต้นแปลก ๆ ฉัน “เดือน” ยืนพิงเสาระเบียงบ้าน มองเม็ดฝนตกผ่านแสงไฟสลัวที่ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนอยู่ในภาพฝัน เสื้อคอกลมสีขาวที่ใส่อยู่เริ่มชื้นเพราะไอละออง กลิ่นดินและไม้เก่าอบอวลรอบตัว
ในบ้านเงียบสนิท เหลือแค่ฉันกับ “พี่ชาญ” พี่เขยที่เป็นสามีของพี่สาว พี่สาวไปทำงานต่างจังหวัดหลายวันแล้ว วันนี้เขากลับจากไร่ เพิ่งอาบน้ำเสร็จ กลิ่นสบู่ผสมกลิ่นตัวผู้ชายสะอาด ๆ ลอยมากับลมจนน่าเผลอสูดลึก
พี่ชาญสวมกางเกงขาสั้นผ้าบางหลวม ๆ เอวต่ำจนเห็นร่องกล้ามหน้าท้องและเส้นไล่ลงต่ำ เขาเดินเข้ามาใกล้ ยืนข้างฉัน สายตาเหลือบมามองนานจนฉันต้องเมินไปอีกทาง
“หนาวไหม” เสียงทุ้มถาม ฉันตอบสั้น ๆ ว่า “นิดหน่อย”
เขายกมือมากุมแขนฉัน ความอุ่นจากมือซึมเข้าสู่ผิวจนหัวใจเต้นถี่
เขาพาฉันเข้ามาในห้องรับแขก ไฟสลัวจากโคมมุมห้องทำให้บรรยากาศอุ่นแต่แฝงความลับ เขาหยิบผ้าขนหนูเช็ดแขนให้ฉันช้า ๆ ฝ่ามือลูบไล้ไปตามท่อนแขน ลากยาวลงมาจนสัมผัสข้อมือ แล้วเขาก็ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่เปียกออกจากแก้ม
จังหวะนั้นเขาโน้มใบหน้าเข้ามา ริมฝีปากสัมผัสกันเบา ๆ ก่อนจะกดแน่นขึ้น ลิ้นของเขาแทรกเข้ามาช้า ๆ ฉันปล่อยให้เขาดูดกลืนรสหวานจากปากเหมือนคนหิวโหย มือฉันเผลอเกาะที่ต้นแขนแข็งแรงของเขา
เขาดันตัวฉันไปจนชิดโซฟาแล้วนั่งลง ดึงฉันมานั่งคร่อมบนตัก จูบต่อเนื่องอย่างดูดดื่ม มือเลื่อนจากเอวไปลูบข้างลำตัว ขึ้นมาจนถึงอกแล้วบีบเคล้นช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อฉันทีละเม็ด เสียงปากเราสอดประสานกับเสียงฝนด้านนอก
เมื่อเสื้อหลุดออก เขาโน้มตัวลงจูบที่ยอดอก ใช้ลิ้นวนช้า ๆ สลับขบเบา ๆ จนฉันสะดุ้งแล้วเผลอแอ่นตัวรับ ปลายนิ้วอีกข้างไล้ลงต่ำผ่านหน้าท้อง ลูบวนที่โหนกนูนกลางหว่างขาจนความร้อนพุ่งขึ้นทั่วร่าง
พี่ชาญดึงกางเกงขาสั้นของฉันออกพร้อมชั้นใน ความอุ่นชื้นถูกเปิดเผย เขามองตาฉันก่อนจะใช้ปลายนิ้วกดลงกลางร่องอย่างมั่นคง แล้วขยับเข้าออกช้า ๆ จนเสียงน้ำดังแผ่วในความเงียบ จังหวะเร็วขึ้นทีละนิด นิ้วเขาขยับลึกจนฉันต้องกัดปากกลั้นเสียง
เขาถอดกางเกงของตัวเองออก ความใหญ่โตและแข็งร้อนปรากฏตรงหน้า เขาประคองสะโพกฉันให้ค่อย ๆ กดตัวลงทีละน้อย ความอึดอัดแทรกเข้ามาเต็ม ๆ จนฉันเผลอร้องเบา ๆ แต่ไม่นานก็กลายเป็นความเต็มอิ่มที่ซ่านไปทั้งตัว
เขาโอบเอวฉันขยับขึ้นลงช้า ๆ แล้วเร่งจังหวะจนสะโพกกระแทกกันเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงเนื้อกระทบผสมเสียงฝนกลายเป็นดนตรีเร้าใจ เขาโน้มมากัดที่ต้นคอฉันเบา ๆ จนรู้สึกขนลุก
ไม่กี่อึดใจเขาพลิกฉันลงนอน ยกขาฉันพาดบ่าแล้วดันลึกเข้าไปทุกจังหวะ เสียงหายใจของเขาหนักและถี่ขึ้น มือเกาะสะโพกฉันไว้แน่นเพื่อควบคุมจังหวะให้ลึกและเต็มทุกครั้ง
ฉันรู้สึกเหมือนถูกกลืนกินทั้งร่าง ความร้อนพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดสูงสุด ร่างกายกระตุกปลดปล่อยพร้อมกับเสียงครางที่กลั้นไม่อยู่ เขาก้มลงประกบปากจูบอีกครั้ง ร่างเรายังเชื่อมกันอยู่ในท่านั้น
ข้างนอก ฝนยังเทไม่หยุด แต่ในบ้านไม้เงียบ ๆ คืนนี้ ทุกสัมผัสของพี่เขยจะติดอยู่ในใจฉันไปตลอด…
พี่ชาญยังคงอยู่ในตัวฉัน เรานอนหายใจแรงใส่กันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ขยับสะโพกอีกครั้ง ลำแข็งร้อนภายในยังคงเต็มแน่นจนฉันต้องเกาะไหล่เขาไว้
“เดือน…พี่ยังไม่อยากหยุด” เสียงเขาแผ่ว แต่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา
เขาดันขาฉันให้แยกออกกว้างกว่าเดิม ก่อนจะโน้มตัวลงใช้ปลายลิ้นลากตั้งแต่ช่วงท้องน้อย ไล่ต่ำลงเรื่อย ๆ จนถึงร่องที่ยังชื้นจากเมื่อครู่ ลิ้นเขาแตะเบา ๆ ตรงกลางแล้ววนช้า ๆ จนฉันสะท้านทั้งตัว
พี่ชาญใช้ปลายนิ้วแหวกกลีบเนียนออก แล้วสอดลิ้นเข้าไปลึกกว่าเดิม เสียงน้ำและลมหายใจสั่นไหวดังชัดในบรรยากาศเงียบชื้นของบ้านไม้ เขาดูดและเล็มตรงจุดอ่อนไหวสลับกับใช้นิ้วกดลึกเข้าออกอย่างจังหวะเดียวกัน ทำเอาฉันแอ่นสะโพกรับโดยไม่รู้ตัว
“อื้อ…พี่ชาญ…” เสียงฉันหลุดออกมาเบา ๆ แต่เขาไม่หยุด จนความร้อนวิ่งขึ้นมาถึงกลางอก ฉันกระตุกปล่อยความรู้สึกออกมาอีกครั้ง น้ำอุ่นเอ่อจนไหลตามขา
เขาเงยหน้ามองฉัน สายตาเร่าร้อนเหมือนจะเผาให้ละลาย แล้วลุกขึ้นจัดท่าใหม่ เขาดึงตัวฉันให้คุกเข่าแล้วโค้งตัวลงกับโซฟา มือเขาประคองสะโพกขึ้นสูง ความแข็งร้อนของเขาสอดเข้ามาจากด้านหลังอย่างลึกทันที จังหวะแรกทำเอาฉันร้องออกมาโดยไม่ตั้งใจ
เขาขยับเอวเข้าออกเป็นจังหวะ เร็วและหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ดันลึก เสียงเนื้อกระทบดังสม่ำเสมอ ร่างฉันสั่นตามแรงกระแทก จนรู้สึกเหมือนร่างกำลังถูกครอบครองอย่างสมบูรณ์
พี่ชาญเอื้อมมือมากดนวดตรงจุดอ่อนไหวด้านหน้า ขณะที่ยังคงกระแทกจากด้านหลังไม่หยุด ความรู้สึกถูกกระตุ้นทั้งสองทางทำให้ฉันเกร็งแน่นแล้วปล่อยออกมาพร้อมกับเขาที่กระแทกแรงครั้งสุดท้ายก่อนแช่คาไว้
เขาทิ้งตัวลงกอดจากด้านหลัง หายใจแรงชิดใบหู เสียงฝนข้างนอกยังตกพรำ แต่ในใจฉันรู้ดีว่าความร้อนที่เพิ่งเกิดขึ้นจะติดอยู่ในร่างไปอีกนาน…
ตอนเช้า
เสียงไก่ขันแว่วเบา ๆ ปนกับกลิ่นไม้ชื้นที่ลอยเข้ามาจากนอกหน้าต่าง แสงแดดยามเช้าส่องลอดช่องฝาบ้านเข้ามาเป็นลำ ฉัน “เดือน” ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น พลางรู้สึกถึงความหนักและอุ่นที่โอบอยู่จากด้านหลัง
พี่ชาญนอนชิดตัวฉัน แขนเขากอดเอวไว้หลวม ๆ ลมหายใจอุ่นเป่ารดต้นคอ กลิ่นกายผู้ชายผสมกับกลิ่นสบู่เมื่อคืนยังติดอยู่ปลายจมูก ฉันขยับตัวเล็กน้อย ก็รู้สึกได้ถึงความแข็งที่ดันแผ่ว ๆ กับสะโพก
“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหู ก่อนที่เขาจะขยับเข้ามาแนบสนิทขึ้นอีก
“ค่ะ…” ฉันตอบเบา ๆ ใจเต้นเพราะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร
มือพี่ชาญลูบจากหน้าท้องขึ้นมาที่อก บีบเคล้นอย่างช้า ๆ ปลายนิ้วเกลี่ยยอดอกจนมันแข็งรับสัมผัส ความรู้สึกวาบซ่านแผ่ไปทั่วร่าง ขณะเดียวกันเอวเขาก็ขยับเสียดสีช้า ๆ จากด้านหลัง
เขาดึงผ้าห่มลงต่ำ เผยผิวเราให้สัมผัสกับอากาศยามเช้า ก่อนจะประคองสะโพกฉันแล้วค่อย ๆ สอดความแข็งร้อนเข้ามาจากด้านหลัง ลึกและเต็มตั้งแต่จังหวะแรก เสียงลมหายใจเราสองคนดังในความเงียบของบ้านไม้
ฉันยันมือกับฟูก ขณะที่เขาขยับเอวเข้าออกจังหวะสม่ำเสมอ มืออีกข้างเอื้อมมากดนวดตรงจุดอ่อนไหวด้านหน้า การกระตุ้นทั้งสองทางทำให้สะโพกฉันขยับรับเองโดยไม่รู้ตัว เสียงน้ำดังเบา ๆ ผสมกับเสียงหายใจเร่งเร้า
เขาก้มจูบซอกคอ ไล้ลงมาตามไหล่ พลางเพิ่มจังหวะให้เร็วขึ้นจนร่างฉันสั่นตามแรงกระแทก ความร้อนพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ จนทนไม่ไหว ปล่อยทุกอย่างออกมาพร้อมเสียงครางที่กลั้นไม่อยู่
พี่ชาญกดลึกครั้งสุดท้ายก่อนแช่คาไว้ ร่างเขาโน้มทับ ฉันยังหอบแรง หัวใจเต้นไม่หยุด เช้านั้นนานกว่าที่คิด เพราะแม้แสงแดดจะส่องสว่าง แต่ความลับเมื่อคืนและเช้านี้ก็ยิ่งฝังแน่นกว่าเดิม…
ตอนบ่าย
แดดบ่ายลอดช่องไม้เข้ามาเป็นลาย พื้นบ้านยังเย็นจากฝนเมื่อคืน
หลังจากเราช่วยกันตากผ้าหน้าบ้าน เสียงพี่ชาญก็เอ่ยขึ้นข้างหู
“ไปอาบน้ำกัน เดี๋ยวจะเย็นไปกว่านี้”
น้ำเสียงเขามีแววเจ้าเล่ห์นิด ๆ จนฉันใจสั่น
ห้องน้ำบ้านไม้ตั้งอยู่หลังบ้าน ก่อผนังครึ่งล่างเป็นปูนหยาบ ครึ่งบนเป็นไม้เก่า ๆ ที่มีช่องให้แสงลอดเข้า น้ำในถังซีเมนต์เย็นจับผิว กลิ่นสบู่ก้อนกับน้ำฝนใหม่ลอยคลุ้ง
ฉันถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นอย่างเก้อ ๆ แต่พี่ชาญกลับยืนมองด้วยสายตาหนักแน่น พอฉันเหลือเพียงผ้าขาวม้าพันตัว เขาก็เข้ามาใกล้ ใช้มือดึงผ้าฉันออกอย่างช้า ๆ จนร่างเปลือยเปล่าเผยต่อสายตา
เขาเทน้ำฝักบัวลงบนหัวฉัน น้ำเย็นทำให้ฉันสะดุ้ง แต่ฝ่ามืออุ่นของเขาที่ลูบตามแผ่นหลังช้า ๆ กลับทำให้ร่างกายร้อนวาบขึ้นแทน เขาเริ่มถูสบู่จากไหล่ ไล้ลงมาตามแขน แล้ววนผ่านอก บีบเคล้นทั้งสองข้างอย่างตั้งใจ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วลูบวนที่ยอดอกจนฉันเผลอแอ่นรับ
สบู่ลื่นไปตามหน้าท้องแล้วเลื่อนต่ำลง เขาลูบผ่านโหนกนูนกลางหว่างขา ก่อนจะแยกขาฉันเล็กน้อยแล้วถูวนตรงกลางอย่างจงใจ ความเย็นของน้ำกับความร้อนจากสัมผัสทำให้ฉันหายใจติดขัด
พี่ชาญก้าวเข้ามาประกบจากด้านหลัง ร่างเปลือยแนบสนิทกับฉัน ความแข็งร้อนของเขาดันอยู่ตรงกลางกลีบชื้น เขาใช้มือข้างหนึ่งโอบที่เอว อีกข้างยังคงนวดตรงจุดอ่อนไหว แล้วค่อย ๆ ดันตัวเข้ามาช้า ๆ จนเข้าไปลึกสุด
เสียงน้ำสาดผสมกับเสียงเนื้อกระทบกันเป็นจังหวะ เขาขยับเอวสั้น ๆ แต่ถี่ ลึกทุกครั้งที่ดันเข้าออก มือเขากดสะโพกฉันไว้แน่นเพื่อให้รับแรงได้เต็ม ๆ ความลื่นจากสบู่ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวง่ายขึ้น และเร่าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ
“อื้อ…พี่ชาญ…เดือนไม่ไหวแล้ว” ฉันครางเสียงสั่น
เขาโน้มมากัดเบา ๆ ที่ใบหู พร้อมเร่งจังหวะจนร่างฉันกระตุกเกร็ง ปลดปล่อยออกมาพร้อมกับเขาที่กระแทกแรงครั้งสุดท้ายก่อนหยุดนิ่ง
เรายังยืนกอดกันอยู่ในสายน้ำเย็น หัวใจเต้นแรงทั้งคู่ เสียงน้ำฝนจากโอ่งข้าง ๆ ยังคงหยดลงเป็นจังหวะ แต่ในใจฉันรู้ว่า…วันนี้คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย
ตอนค่ำ – ปิดตำนานคืนฝนพรำ
เสียงฝนโปรยอีกครั้งในค่ำนี้ กลิ่นดินชื้นผสมกลิ่นหอมของกับข้าวที่เพิ่งทำเสร็จลอยอยู่ทั่วบ้าน พี่ชาญนั่งพิงเสาไม้ มองฉันที่กำลังเก็บจานชามด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แววตานั้นเหมือนกำลังบอกเป็นนัยว่าคืนนี้คงไม่จบลงแค่การนอนธรรมดา
หลังจากปิดประตูบ้านเรียบร้อย เราสองคนก็นั่งบนเสื่อผืนเก่า พูดคุยสัพเพเหระ แต่ทุกครั้งที่สายตาเขาจ้องลึกเข้ามา ฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงให้ถอยไปไม่ได้
พี่ชาญค่อย ๆ เอื้อมมือมากุมมือฉัน แล้วดึงให้ลุกขึ้นตาม เขาพาฉันไปที่ฟูกนอนริมหน้าต่าง เสียงฝนสาดใส่หลังคาสังกะสีดังกล่อมเหมือนจังหวะหัวใจ เขานั่งลงแล้วดึงฉันให้นั่งคร่อมบนตัก
มือเขาลูบขึ้นจากต้นขาด้านในเรื่อยขึ้นไปที่เอว แล้วหยุดอยู่ที่อก บีบคลึงอย่างช้า ๆ ก่อนโน้มหน้าเข้ามาจูบลึก ลิ้นเราเกี่ยวพันกันราวกับกำลังจะกลืนกินลมหายใจของอีกฝ่าย
ความแข็งร้อนใต้ร่างเริ่มดันขึ้นมาจนฉันต้องขยับสะโพกเสียดสีเบา ๆ เขากระชับเอวฉันแล้วดันตัวเข้ามาช้า ๆ จนเต็มในจังหวะเดียว ความอุ่นร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทำให้ฉันเผลอครางออกมา
เขาขยับสะโพกขึ้นลงช้า ๆ ในตอนแรก เหมือนตั้งใจให้ฉันรับความรู้สึกทุกเสี้ยววินาที จากนั้นจึงเพิ่มแรงและจังหวะ เสียงเนื้อกระทบดังแข่งกับเสียงฝน ฉันกอดรอบคอเขาแน่น ร่างโยกตามแรงจนแทบไร้เรี่ยวแรง
พี่ชาญพลิกฉันลงนอนหงาย แล้วจับขาฉันพาดไหล่ สอดเข้าไปลึกกว่าเดิม จังหวะแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเสียงครางกับเสียงฝนกลายเป็นบทเพลงเดียวกัน ฉันเกร็งตัวปล่อยออกมาอีกครั้ง ขณะที่เขาก็กระแทกแรงสุดท้ายแล้วปลดปล่อยตามมา
เรานอนหอบอยู่ข้างกัน สายตาแลกเปลี่ยนความรู้สึกที่ไม่ต้องการคำพูด ฝนยังคงตกพรำ แต่ในหัวใจของเราทั้งคู่กลับร้อนแรงและเต็มไปด้วยความลับ ที่ไม่มีใครในบ้านนี้ล่วงรู้
คืนนั้น…เป็นคืนฝนพรำที่ฉันไม่มีวันลืม
