
พี่สาวที่แสนดี กลับกลายเป็นคนปลุกใจ
ชื่อของเธอคือ “พี่อ้อม” — หญิงสาววัยยี่สิบหก ผู้เป็นพี่สาวต่างแม่ของผม ผิวขาวอมชมพู ตัวหอมเหมือนสบู่เด็ก เสียงหวานติดแหบหน่อย ๆ เวลาเรียกชื่อผมทีไร ใจมันก็สะท้านอย่างประหลาด ถึงแม้ผมจะรู้ดีว่าเธอไม่ใช่พี่แท้ ๆ แต่ความสัมพันธ์ที่บ้านเราปลูกฝังกันมา มันก็เหมือนญาติสนิทที่ไม่อาจล้ำเส้นไปได้
แต่ใช่เหรอ? ลึก ๆ แล้วมันไม่มีเส้นอยู่เลยต่างหาก
ตั้งแต่ผมโตเป็นหนุ่ม เริ่มมีไฟในอก พี่อ้อมก็เหมือนมีเรดาห์รับรู้ — เสื้อกล้ามตัวบาง ๆ กางเกงขาสั้นที่แทบปิดอะไรไม่มิด นมเด้งเวลาหัวเราะ ใส่น้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อน ๆ แล้วมายืนก้ม ๆ เงย ๆ อยู่แถวผมแบบไม่ตั้งใจ ทุกท่าทางล้วนสั่นสะเทือนความอดทน มันเหมือนพี่สาวผู้แสนดีของผมค่อย ๆ กลายเป็นไฟราคะค่อย ๆ ซึมเข้าเนื้อโดยไม่รู้ตัว
เย็นวันนั้น หลังฝนตก ฟ้าเริ่มมืด ผมอาบน้ำเสร็จ หยิบผ้าขนหนูมาพันรอบเอว เดินออกจากห้องน้ำด้วยหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะเสียงเพลงเบา ๆ จากห้องพี่อ้อมกำลังลอยออกมา
“เข้ามาช่วยพี่รูดซิปหน่อยสิ มือเปียก”
เสียงหวานนั้นดึงดูดเหมือนเสียงเรียกของปีศาจ ผมเดินเข้าไปในห้อง กลิ่นครีมอาบน้ำผสมกลิ่นเนื้อเปียกใหม่ ๆ มันชวนให้หายใจติดขัด พี่อ้อมนั่งอยู่หน้ากระจกในชุดคลุมผ้าบาง ๆ ที่ตรงร่องอกเผยให้เห็นเต้าทรงขาว ๆ อิ่มแน่น เธอหันมาสบตาผมผ่านกระจกแล้วยิ้ม
“มองอะไร… ไม่เคยเห็นพี่สาวเหรอ?”
“ไม่เคยเห็นพี่สาวสวยขนาดนี้” ผมหลุดปากไปแบบไม่คิด เธอหัวเราะเบา ๆ แล้วเชิดคอขึ้น
“พูดงี้ เดี๋ยวก็โดนฟัดหรอก…”
ผมไม่แน่ใจว่าเธอพูดเล่นหรือพูดจริง แต่ใจผมมันเหมือนถูกไฟลาม มือนึงยื่นไปจับที่ไหล่เธอ อีกข้างรูดซิปลงช้า ๆ เนื้อผ้าเผยให้เห็นแผ่นหลังขาวสะอาดไร้เสื้อใน พี่อ้อมไม่ได้ขยับหนี กลับเอียงตัวให้มากขึ้น
“แน่ใจเหรอ จะเล่นกับไฟแบบนี้?” เสียงเธอพร่า มองผมผ่านเงากระจก
“ผมไม่กลัวไฟ… ถ้าต้นเพลิงมันคือพี่”
เธอลุกขึ้นช้า ๆ ผ้าคลุมไหล่ร่วงจากบ่า ลำตัวขาวผ่องกลมกลึงสะท้อนแสงไฟในห้องเบา ๆ เต้านมเด้งนิด ๆ ตามแรงหายใจ พี่อ้อมเดินมาหาผม ใบหน้าแดงระเรื่อ ดวงตาฉ่ำเยิ้ม
“งั้นก็อย่าถอยนะน้องชาย…” เธอกระซิบ พลางจูบลงที่ซอกคอผมเบา ๆ ลมหายใจร้อน ๆ ทำให้ผมตัวสั่น ผ้าขนหนูที่พันไว้หลุดลงไปที่พื้นโดยไม่รู้ตัว
เธอใช้ปลายนิ้วลากไล้ผ่านหน้าท้องผมลงไปเรื่อย ๆ แล้วคุกเข่าลงช้า ๆ ลิ้นแตะเบา ๆ ที่ปลายลำร้อน ๆ อย่างนุ่มนวล
“อ๊าาา… พี่อ้อม…” ผมหายใจไม่ทัน ลมหอบกระชั้น มือข้างหนึ่งยึดบ่าเธอไว้แน่น
“ชู่… อย่าร้องดัง เดี๋ยวแม่ตื่น” เธอหัวเราะในลำคอ เสียงกลั้วลมหายใจอุ่น ๆ ของเธอคลอไปพร้อมกับสัมผัสเปียกชื้นที่ดูดดุนที่ปลายลำผมอย่างต่อเนื่อง
“จุ๊บ… อื้มมม… งึ๊…” เสียงของเธอตอนอมมันเข้าไปทั้งแท่ง มันทำเอาผมหัวหมุน
เธอทั้งอ่อนโยนทั้งร้ายกาจ สองมือช้อนใต้ก้นผมไว้ขณะที่เธอโยกหัวขึ้นลงเป็นจังหวะ ถี่บ้าง ช้าบ้าง เหมือนจะหยอกล้อผมให้คลั่งตายตรงนั้น
“ไม่ไหวแล้วพี่… เดี๋ยวผมเสร็จ…”
“ยังไม่ให้เสร็จ” เธอพูดเสียงเด็ดขาด แล้วปล่อยลำร้อนของผมออกจากปากพร้อมกับสายตากรุ้มกริ่ม
“คืนนี้พี่จะสอนให้รู้ ว่าผู้หญิงเวลาเงี่ยน มันไม่ใช่แค่ในนิยาย”
จากนั้นเธอก็ดันผมให้นั่งลงบนเตียง ลำตัวเธอค่อย ๆ ขึ้นคร่อมบนตักผม เต้านมแน่นขาวกลิ่นหอมแตะหน้าอกผมเต็ม ๆ
“พี่อ้อม…” ผมครางชื่อเธอแทบขาดใจ ขณะที่เธอจับลำร้อนของผมไปจ่อที่ปากทางรักของตัวเอง แล้วค่อย ๆ กดสะโพกลงทีละนิด
“อ๊าาา… แน่นจัง… อื๊อ…” เธอซุกหน้าลงกับซอกคอผม ขณะที่ช่องรักเธอกลืนกินผมช้า ๆ ทั้งความอุ่น ทั้งความชื้น ทั้งแรงบีบมันแน่นเสียจนผมต้องขบฟันกรอด
เสียงแฉะ… แฉะ… ดังจากการที่เธอค่อย ๆ ขยับสะโพกขึ้นลงจังหวะช้า ๆ แล้วเร่งเร็วขึ้นทีละนิด
“อ๊าา… อ๊ะ… พี่จะขย่มให้หมดแรงเลยคอยดู…” เธอกระซิบ ขณะที่เสียงกระแทกของเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นห้อง
ปลายนิ้วของเธอจิกเข้าที่แผ่นหลังผม เราสองคนทั้งร้อนทั้งหิว ผ้าปูที่นอนยับย่น เสียงเนื้อกระแทกกันดังผสมกับเสียงหอบคราง
“อื้ออ… ซี๊ดด… อ๊าาา… ซวบ… ซวบ…!”
และในคืนนั้น — พี่สาวผู้แสนดีของผม ได้กลายเป็นผู้หญิงที่ผมไม่มีวันลืมตลอดชีวิต
