
ตอนที่ 4: คำเชิญจากเจ้านายหนุ่ม
ณิชายืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องนอน เสื้อคลุมไหมพรมเปิดอ้าเล็กน้อย เผยให้เห็นผิวเนียนลูบไล้ด้วยแสงแดดอ่อนของยามสาย เธอสัมผัสรอยแดงจาง ๆ บนลำคอด้วยปลายนิ้วสั่น ๆ ความทรงจำจากคืนก่อนยังฉายซ้ำในหัวไม่หยุด แส้หนังเย็นเยียบ เสียงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจที่เป่ารินบนต้นคอ…มันเหมือนภาพฝันแต่ชัดเจนเกินกว่าจะลืม
“ยินดีด้วย…เธอผ่านขั้นแรกแล้ว”
เธอยังจำคำพูดนั้นได้แม่น
แล้วเสียงจากอินเตอร์คอมก็ดังขึ้น ราวกับจักรวาลรู้ว่าเธอกำลังหลงไปในความทรงจำ
“คุณณิชาใช่ไหมครับ?”
“มีของจากห้องเพนต์เฮาส์ 66 มาส่งครับ เป็นการเชิญไปรับประทานชาช่วงเย็น…”
“เจ้านายของเราบอกว่า คุณ…ได้รับอนุญาตให้เปิดประตูนั้นแล้ว”
เธอไม่ตอบคำใด แค่พยักหน้า และรับซองบางที่แนบมากับถุงผ้าดำกำมะหยี่
ในซอง มีโน้ตลายมือคมชัด…
“Dress code: nothing beneath.
You are mine to unwrap.”
เมื่อพระอาทิตย์ตกลงเกือบลับขอบตึกสูงทั่วกรุงเทพฯ ณิชาอยู่ในชุดเดรสซาตินสีดำที่แนบกับเรือนราวผิวหนังชั้นที่สอง ด้านข้างของกระโปรงมีรอยผ่าที่ยาวถึงสะโพก แผ่นหลังเว้าเห็นแนวสันหลังตั้งแต่ต้นคอจนถึงเอว
…ไม่มีอะไรอยู่ข้างใต้จริง ๆ ตามคำสั่ง
เธอก้าวเข้าสู่ลิฟต์ลับโดยใช้กุญแจที่เคยไขประตูสู่ห้องใต้ดิน และมันพาเธอขึ้นสู่ “เพนต์เฮาส์ 66” ที่ไม่มีอยู่ในโบรชัวร์ ไม่มีใครเอ่ยถึง และไม่มีใครกล้าพูดถึง
ลิฟต์เปิดออกสู่ห้องโถงกว้าง ปูพรมแดงเข้มสลับดำ โคมไฟระย้าเหนือหัวส่องแสงสะท้อนกระจกเงาแบบสไตล์บาโรก กลิ่นในอากาศคือกลิ่นเดิม…กลิ่นของหนังแท้ โลหะ และบางสิ่งบางอย่างที่กระตุ้นความร้อนในเส้นเลือดเธอจนสูบฉีดไม่เป็นจังหวะ
เขายืนอยู่ตรงปลายห้อง—เจ้าของปลอกคอสีเงินคนนั้น
สูทดำของเขาพอดีตัวชนิดไร้ที่ติ หน้าตาคมคาย ตัดเงาแสงรอบตัวจนดูราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์ เขาไม่ยิ้ม ไม่เคลื่อนไหว…จนกระทั่งสายตาสบกับเธอ
“มาแล้วสินะ…”
เสียงเขานุ่มลึกจนลมหายใจเธอสะดุด
“ชุดนั้นเหมาะกับเธอมาก โดยเฉพาะเมื่อมันจะถูกถอดด้วยมือของฉัน”
เขาก้าวเข้ามาใกล้ ก้าวที่หนักแน่นและมั่นคงทุกฝีก้าว เธอยืนนิ่ง สายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าเขาแต่ร่างกายกลับสั่น
มือเขายื่นมาแตะแผ่นหลังเธอ ลูบผ่านกระดูกสันหลังลงมาจนถึงขอบสะโพก เธอสะดุ้งเล็กน้อย
“เธอมาเพราะอยากรู้จักตัวเอง…หรือเพราะอยากรู้จัก ‘ฉัน’ กันแน่?”
เสียงกระซิบข้างใบหู และสัมผัสจากปลายนิ้วที่เลื่อนลงมาปลดสายเดรสช้า ๆ ทำให้เธอไม่สามารถตอบคำถามใดได้เลย
ผ้าซาตินเลื่อนหลุดลงจากร่าง เผยผิวขาวสะท้อนกับแสงไฟ แผ่นอกชูชันด้วยแรงหายใจที่ถี่ขึ้นทุกวินาที
เขาใช้ปลายนิ้วลากผ่านแนวกรามของเธอ จนถึงลำคอที่เคยสวมปลอกในห้องใต้ดิน แล้วพูดว่า…
“คืนนี้…ฉันจะตีตราเธอเอง”
ณิชาถูกพาเข้าไปในห้องมืดอีกห้อง—ต่างจากห้องลับก่อนหน้านี้ มันหรูหรา เย้ายวน และ…มีชีวิต
เตียงเหล็กขนาดคิงไซส์ตั้งกลางห้อง ม่านดำพริ้วไหวด้วยลมเบา เครื่องหนังและอุปกรณ์หลายชิ้นจัดวางอย่างประณีต แสงไฟสีแดงทึมส่องผ่านพื้นห้อง เหมือนเชิญให้ถลำลึกลงไปในแรงปรารถนาที่ไม่มีขีดจำกัด
“คุกเข่า”
เสียงเขาสั่งเบา ๆ
เธอทรุดลงทันทีโดยไม่ต้องคิด ปลายนิ้วแตะพื้นเย็นจัด หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด
เขาหยิบปลอกคอหนังสีแดงลายเดียวกับของเธอที่พบในห้องใต้ดิน…แต่มีชื่อเธอสลักไว้
“Nicha – The Willing One”
เขาเดินอ้อมมาด้านหลัง แล้วค่อย ๆ สวมมันให้เธออย่างเบามือ แต่แน่นพอดี
“เมื่อใดก็ตามที่ใส่ปลอกนี้…เธอจะไม่ใช่ตัวของเธออีกต่อไป แต่เป็นของฉัน”
เขาจับปลายเชือกที่ห้อยจากปลอก แล้วกระตุกเบา ๆ
เธอสูดลมหายใจเข้า—ร่างกายร้อนผ่าว ลมหายใจขาดห้วง หัวเข่าชา รู้ตัวอีกที…น้ำหล่อลื่นก็ซึมเปียกกลางเรียวขา
“ขึ้นเตียง”
เสียงคำสั่งนุ่ม แต่แน่น—และเธอก็เชื่อฟังอย่างไร้เงื่อนไข
เขามัดเธอไว้อย่างช้า ๆ มือทั้งสองข้างถูกยึดกับขอบเตียงด้วยสายหนังเนื้อนุ่ม ขาทั้งสองถูกแยกออกแล้วคล้องไว้กับห่วงเหล็กใต้เตียง เธอนอนหงาย เปลือยเปล่า เปิดเผยทุกมุมร่างกาย
ไฟสีแดงหรี่ลงเล็กน้อย เสียงเพลงเบสต่ำ ๆ คลอเบาในพื้นห้อง
เขาใช้ปลายนิ้วลากไล้จากหน้าอก ผ่านท้องน้อย ลงไปแตะตรงจุดที่ฉ่ำชื้นอย่างตั้งใจ…
“หิวเหลือเกินใช่ไหม?”
เธอหอบหายใจ หลับตาแน่น แล้วส่ายหน้าเบา ๆ
…แต่เขารู้ ว่าความเปียกชื้นตรงนั้น “ตอบแทน” ความจริงไปแล้วทั้งหมด
จากนั้น ทุกอย่างก็กลายเป็นเสียง…เสียงหนังฟาด เสียงลมหายใจ เสียงร้องคราง เสียงที่เขากระซิบ—ปลุกส่วนลึกที่สุดในใจเธอให้เปิดออก
และเมื่อเธอ “เสร็จ” จนร่างสะท้าน เขาก็ก้มลงกระซิบข้างใบหูเธออีกครั้ง…
“นี่เป็นเพียงบททดสอบแรก เธอทำได้ดี…เด็กดีของฉัน”
