
เสียงเครื่องปริ๊นท์ยังดังอยู่เบา ๆ ในมุมห้อง แต่ภัทรกลับได้ยินแค่เสียงลมหายใจของตัวเอง เสียงนั้นดังเกินปกติ ดังจนเขาแทบไม่กล้าหันไปมองว่าอีกคนยังอยู่ตรงนั้นหรือไม่
แต่เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาเคลื่อนไหวใกล้โต๊ะ…เขาก็รู้ ว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว
“วันนี้โอเคไหมครับ วันแรกของงานใหม่”
เสียงทุ้มนั้นถามขึ้น ขณะเจ้าของเสียงยืนพิงโต๊ะฝั่งตรงข้าม น้ำเสียงดูเป็นทางการ…แต่ดวงตาไม่ใช่
“ก็…เรื่อย ๆ ครับ ยังปรับตัวอยู่” ภัทรตอบเบา ๆ ขณะพยายามก้มหน้าจ้องเอกสาร
แต่เอกสารพวกนั้นไม่มีตัวหนังสือใด ๆ ที่เข้าไปในสมองเลย
“คุณยังชอบกาแฟดำเหมือนเดิมไหม?” คำถามที่ไม่ควรหลุดจากหัวหน้าคนใหม่ ทำให้ภัทรเงยหน้าขึ้น
ไม่ใช่แค่คำถาม แต่น้ำเสียงนั้น…เต็มไปด้วยความทรงจำ
“คุณยังจำได้?”
“ผมจำได้ทุกอย่าง” ชานนท์ตอบ ดวงตาคู่นั้นสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง “รวมถึงคืนสุดท้าย…ที่คุณร้องไห้ แล้วหันหลังให้ผมเดินออกไป”
หัวใจภัทรกระตุก เจ็บแปลบเหมือนแผลที่เพิ่งสมานกัน ถูกสะกิดด้วยปลายเล็บ
เขาไม่ควรจำ แต่ความรู้สึกมันลืมไม่ได้จริง ๆ
“มันผ่านมาแล้ว” ภัทรพึมพำ
“แต่ผมยังรู้สึกเหมือนมันเพิ่งเกิดเมื่อวาน”
เงียบ
ความเงียบที่อึดอัด…แต่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้นในออฟฟิศ
“คืนนี้ว่างไหม” เสียงชานนท์ถามอย่างไม่ทันตั้งตัว
ภัทรนิ่งงันไปวินาทีหนึ่ง ก่อนจะตอบ “หัวหน้าหมายถึง…”
“กินข้าว” เขายิ้มบาง ๆ “ในฐานะ…คนรู้จักเก่า ที่อยากทำความรู้จักกันใหม่”
คำเชิญดูสุภาพ แต่ในแววตา กลับมีความคุ้นเคยที่ทำให้ภัทรใจสั่น
—
ร้านอาหารญี่ปุ่นเล็ก ๆ ย่านไม่ไกลจากบริษัทเป็นสถานที่นัดหมาย
ทั้งสองคนไม่ได้แตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากนัก แต่กลับรู้สึกเหมือนความมึนเมาไหลวนในอกตลอดเวลา
ระยะห่างของโต๊ะเล็ก ๆ ที่นั่งฝั่งเดียวกันไม่เหลือที่ให้ “ไม่รู้สึก”
ชานนท์เอื้อมมือหยิบตะเกียบ จังหวะนั้นแขนเสื้อเขาร่นขึ้นจนเห็นข้อมือที่ภัทรเคยจูบมันนับครั้งไม่ถ้วน
ภาพในอดีตหวนกลับมาอย่างรุนแรง
เสียงหายใจเริ่มไม่สม่ำเสมอ ภัทรพยายามเบือนหน้าหนี…แต่รู้ตัวอีกที ริมฝีปากของอีกฝ่ายก็ขยับเข้ามาใกล้
“ผมถามอะไรได้ไหม” ชานนท์กระซิบ
“…”
“ตอนที่เรากลับมาเจอกันในห้องนั้น…คุณรู้สึกอะไร?”
ภัทรเงียบ ก่อนจะหลุดคำตอบแผ่วเบา “…เหมือนทุกอย่างในตัวผมมันกลับมามีชีวิตอีกครั้ง”
คำพูดนั้นเป็นเหมือนสัญญาณ
ชานนท์ไม่รอช้า มือข้างหนึ่งเลื่อนมากุมมือภัทรไว้ใต้โต๊ะ พร้อมแรงบีบที่อุ่นเกินจะปฏิเสธ
—
ห้องพักโรงแรมแบบ business hotel ที่จองไว้ใกล้บริษัทในกรณีต้องประชุมเช้าต่อวันรุ่งขึ้น กลายเป็นพื้นที่อันตราย
ประตูปิดลงพร้อมเสียงคลิกล็อก ภัทรหันหลังให้ทันที ไม่กล้าสบตา
แต่เสียงก้าวเท้าจากด้านหลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
“คุณยังหอมเหมือนเดิม” เสียงกระซิบข้างหูทำให้ภัทรขนลุก มือที่เคยเย็นตอนอยู่ในออฟฟิศเริ่มอุ่นร้อนจากแรงสัมผัสที่ไล้ผ่านต้นแขน
“คุณยัง…นิ่มเหมือนเดิม”
จังหวะที่ริมฝีปากร้อนจัดกดลงบนลำคออย่างช้า ๆ ภัทรก็เผลอครางเบาในลำคอ มือทั้งสองข้างจับบ่าอีกฝ่ายแน่นราวกับจะยึดตัวเองไว้
เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมออกทีละเม็ด ริมฝีปากไล่ลงจนถึงแผ่นอกที่สั่นไหวตามจังหวะหายใจ
ชานนท์ไล้จูบอย่างอ่อนโยน แต่แฝงความหิวกระหาย
“เราควรหยุด…” ภัทรพยายามพูด
“แต่คุณไม่ถอย” เสียงตอบกระซิบแนบกับยอดอก ทำเอาร่างกายสะท้าน
ร่างของทั้งคู่แนบชิด ลมหายใจร้อน ๆ ปะทะกันจนเหมือนทุกอณูผิวสัมผัสได้ถึงหัวใจอีกฝ่าย
เมื่อเนื้อแนบเนื้อ สัมผัสของอดีตและปัจจุบันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ความรู้สึกทั้งหมดที่กดไว้ตลอด 5 ปีระเบิดออกในค่ำคืนเดียว
ไม่ใช่แค่เซ็กซ์
แต่มันคือการปลดปล่อย
คือการกลับมาแตะต้องกันอีกครั้ง
หลังจากที่ต้องแสร้งว่า “ลืมกัน” มานานเกินไป
คืนนี้ไม่มีใครหลบตา ไม่มีใครพูดเรื่องอดีต
มีเพียงเสียงครางแผ่ว…และเสียงของหัวใจที่เต้นพร้อมกัน
(อ่านต่อในตอนที่ 3: การประชุมที่นานเกินไป)
