
เสียงหัวเราะและกลิ่นอาหารหอมๆ ลอยอบอวลไปทั่วบ้านไม้หลังใหญ่ในงานรวมญาติปีละครั้ง ญาติๆ นั่งล้อมวงคุยกันอย่างสนุกสนาน เสียงแก้วกระทบกันดังเป็นจังหวะ ผสมกับเสียงเพลงลูกทุ่งเบาๆ จากวิทยุเก่าๆ ที่ตั้งไว้ตรงมุมบ้าน
ผมชื่อ ตั้ม อายุ 27 ปี ปีนี้ก็เหมือนทุกปีที่กลับมาบ้านต่างจังหวัด แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือสายตาและรอยยิ้มของ “พี่อร” ลูกพี่ลูกน้องอายุ 32 ปี ที่เพิ่งเลิกกับแฟนมาไม่นาน เธอสวยขึ้นอย่างแปลกตา ผิวขาวอมชมพู ใส่เสื้อกล้ามสีครีมบางๆ กางเกงผ้าขาสั้นเหนือเข่า เผยเรียวขาขาวเนียนที่ทำผมเผลอมองอยู่นาน
ตอนค่ำๆ หลังจากกินข้าวกันเสร็จ คนในบ้านก็ทยอยแยกย้ายกันไปนอน บางคนเมาจนหลับคาเสื่อ ผมกำลังเก็บจานอยู่ในครัว ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ เดินมาข้างหลัง พี่อรยิ้มบางๆ แล้วพูดเสียงเบา “ตั้ม…ช่วยพี่หยิบผ้าเช็ดตัวในห้องน้ำให้หน่อยสิ”
ผมหยิบให้ แต่แทนที่เธอจะรับไปแล้วเดินออก กลับยืนจ้องตาผมนิ่งๆ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกลิ่นสบู่ลอยมาแตะจมูก เธอขยับเข้ามาใกล้จนอกอิ่มเบียดแขนผมเบาๆ ความร้อนแล่นวาบไปทั่วตัว
“พี่อร…” ผมเอ่ยเรียกชื่อเธอแบบเกรงใจ แต่เธอกลับยกยิ้มแล้วกระซิบ “คืนนี้…อย่าบอกใครนะ”
เธอดึงมือผมให้เดินตามเข้าไปในห้องเก็บของเล็กๆ ตรงหลังบ้าน ปิดไฟเหลือเพียงแสงสลัวจากหลอดไฟนอกบ้านส่องลอดหน้าต่างเข้ามา พี่อรจับไหล่ผมแล้วดันนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ ก่อนจะโน้มตัวลงมาประกบปาก จูบช้าๆ แต่ลึกซึ้ง ลิ้นของเธอค่อยๆ ไล้สัมผัสจนผมเผลอจูบตอบอย่างลืมตัว
มืออุ่นของพี่อรลูบลงมาตามหน้าอกผม สอดเข้าใต้เสื้อขึ้นมาสัมผัสผิวเปลือย ร่างกายผมเริ่มตึงเครียดแต่เต็มไปด้วยความต้องการ ผมเลื่อนมือไปลูบต้นขาขาวเนียนของเธอ ผิวเธอนุ่มจนผมรู้สึกเหมือนไฟลุกในอก
เธอค่อยๆ นั่งลงบนตักผม กางเกงผ้าบางของเธอเสียดสีกับเป้ากางเกงผมจนรู้สึกได้ถึงความร้อนทั้งสอง เราจูบกันอีกครั้ง คราวนี้ลึกกว่าเดิม ลมหายใจเริ่มถี่ขึ้น
ผมเลื่อนมือไปปลดกระดุมเสื้อกล้ามของเธอ เผยให้เห็นทรวงอกเต็มตา หัวนมสีชมพูตั้งชูชันเพราะอากาศเย็นและความตื่นเต้น ผมก้มลงใช้ปากครอบดูดเบาๆ มืออีกข้างบีบคลึงอย่างอ่อนโยน เสียงหายใจเธอสั่นพร่า มือเธอก็กำเสื้อผมแน่น
เธอเอื้อมลงมาปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงผมออก ปล่อยให้ความเป็นชายผงาดออกมาในความมืด ปลายนิ้วเธอไล้จากโคนจนถึงปลายช้าๆ ก่อนจะก้มลงใช้ปากสัมผัสอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกซ่านเสียวแล่นวาบจนผมต้องเผลอครางต่ำๆ
ผมไม่ยอมให้เธอทำฝ่ายเดียว จับเอวกึ่งยกเธอขึ้นแล้วดึงกางเกงขาสั้นลงจนพ้นสะโพก ผิวเนียนขาวโผล่มาให้เห็นอย่างชัดเจน กลีบเนื้อชมพูชื้นวาวในแสงสลัว ผมก้มลงใช้ลิ้นไล้ชิมจากนอกเข้าใน เธอสะดุ้งเล็กน้อย มือขยุ้มผมผมแน่น
เสียงหายใจถี่จัดดังแข่งกับเสียงหัวใจผม พอเธอเริ่มสั่นทั้งตัว ผมก็จับเธอลุกขึ้นมานั่งทับบนตัก จับสะโพกเธอแล้วค่อยๆ ดันตัวตนของผมเข้าไปในตัวเธอทีละนิด ความอุ่นชื้นภายในทำให้ผมแทบเสียการควบคุม
พี่อรขยับเอวช้าๆ ในตอนแรก ก่อนจะเร่งจังหวะจนเสียงกระทบกันดังถี่ ร่างเธอเอนมาซบอกผม ผมหยัดเอวสวนกลับ จับสะโพกเธอหมุนเปลี่ยนมุม จนเสียงหอบของเธอกลายเป็นเสียงสั้นๆ ของความเสียว
เราสลับท่ามาให้เธอนอนบนโต๊ะไม้เล็กๆ ผมยืนประกบอยู่ระหว่างขา ยกขาเธอขึ้นพาดบ่าแล้วขยับเข้าออกอย่างลึกและแรงพอดี ร่างเธอสั่นเป็นจังหวะ ผมรู้สึกได้ถึงจุดสุดของเธอก่อนที่ตัวผมจะตามไปติดๆ
พี่อรซบหน้าลงกับอกผม หอบหายใจแรง เราสองคนมองตากันโดยไม่ต้องพูดอะไร รู้เพียงว่านี่คือความลับที่ไม่มีใครควรรู้…
แต่สำหรับผม ความร้อนในอกยังไม่หายไปไหน มือยังโอบรัดเอวเธอไว้แน่น กลิ่นกายอุ่นๆ ของเธอเหมือนยิ่งปลุกให้ความต้องการกลับมาอีกครั้ง
ผมเลื่อนมือขึ้นมาลูบแผ่นหลังเปลือยเปียกเหงื่อของเธออย่างช้าๆ ปลายนิ้วลากผ่านร่องสันหลังลงไปถึงช่วงเอว แล้ววกขึ้นมาลูบเนินอกอิ่มที่ยังเต้นแรงจากเมื่อครู่ พี่อรสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้ามองผมด้วยแววตาเหมือนจะถาม แต่ผมเพียงยิ้มบางๆ ก่อนก้มลงจูบริมฝีปากเธออีกครั้ง
คราวนี้ผมไม่รีบ เราสองคนจูบกันช้าๆ ลิ้นเกี่ยวพันกันนุ่มนวล มือผมลูบไหล่และแขนเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะไล้ลงมาที่เอว กดตัวเธอให้เอนนอนพิงพนักเก้าอี้ไม้เหมือนเดิม แต่ท่าทีผมกลับคุมจังหวะให้ช้ากว่าเดิม
ผมไล้จูบจากคางลงมาที่ซอกคอ ดูดเบาๆ ทิ้งรอยจางแล้วเลื่อนไปอีกฝั่ง ปลายลิ้นลากผ่านผิวเนียนจนเธอหลับตา มือเธอกุมไหล่ผมแน่นแต่ไม่ผลักออก ผมเลื่อนลงมาที่ร่องอก ใช้ริมฝีปากลูบไล้ช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ กดจูบวนรอบยอดอกที่ชูตึง แล้วดูดอย่างนุ่มนวลสลับกับเลียเป็นวง
มืออีกข้างของผมค่อยๆ ลูบขาอ่อนด้านในของเธอจากเข่าขึ้นมาเรื่อยๆ ความร้อนใต้ผิวทำให้ผมรู้ว่าร่างกายเธอกำลังตอบสนอง ปลายนิ้วสัมผัสผ้าบางๆ ที่ชื้นอุ่นอีกครั้ง ผมใช้นิ้วไล้วนช้าๆ บนเนื้อผ้านั้น จนพี่อรเผลอสะดุ้งและขยับเอวเล็กน้อย
ผมเลื่อนตัวลง คุกเข่าอยู่ระหว่างขาเธอ ดึงกางเกงลงเพียงพอให้เห็นความงามที่ผมเพิ่งสัมผัสเมื่อครู่ แสงสลัวทำให้ภาพตรงหน้าดูยิ่งเร้าอารมณ์ ผมก้มลงใช้ลิ้นแตะเบาๆ ที่กลีบเนื้อ ก่อนจะค่อยๆ แหวกและเลียจากโคนขึ้นไปถึงจุดกลางอย่างช้าและยาว พี่อรเผลอครางต่ำ มือจิกผมผมแน่น
ผมเปลี่ยนจังหวะจากช้าเป็นเร็วสลับกัน บางครั้งกดปลายลิ้นแรงขึ้น บางครั้งใช้ปลายนิ้วสอดเข้าไปลึกขึ้นทีละน้อย เธอแอ่นเอวรับโดยไม่รู้ตัว เสียงหอบเริ่มถี่ขึ้น แต่ผมยังคุมให้เธอไม่ถึงฝั่งง่ายๆ
ผมลุกขึ้นอีกครั้ง จับเธอให้ลุกยืนแล้วหมุนตัวหันหลังให้ผม จากนั้นประคองเธอเอนไปพิงโต๊ะไม้ เตรียมจะดึงให้เราสองคนกลับไปหลอมรวมกันอีกครั้ง แต่คราวนี้ ผมตั้งใจจะพาเธอไปให้ไกลกว่าเมื่อครู่…
ผมประคองสะโพกพี่อรไว้ทั้งสองข้าง ไล้มือจากเอวลงไปจับต้นขาด้านใน แล้วค่อยๆ ดันแยกออกเล็กน้อยเพื่อให้ยืนในท่าที่รับกับผมได้ถนัด ร่างเธอยังอุ่นและชื้นจากเมื่อครู่ กลิ่นกายผสมกลิ่นหวานของเราสองคนลอยอวล
ผมใช้ปลายแท่งร้อนถูไปตามร่องชื้นด้านล่างช้าๆ วนเป็นวงตรงจุดกลาง ทำให้พี่อรสะดุ้งแล้วเผลอครางต่ำ มือเธอกำขอบโต๊ะไว้แน่น ผมค่อยๆ ดันเข้าไปทีละนิด ความอุ่นและรัดแน่นภายในทำให้ผมต้องหลับตาเพื่อคุมแรง จนเมื่อเข้าไปสุดแล้ว ผมก้มลงกระซิบข้างหู “พี่ยังไหวอยู่ใช่ไหม…” เธอหันมามองตาแวบหนึ่งแล้วพยักหน้าช้าๆ
ผมเริ่มขยับเอวช้าๆ ในตอนแรก จังหวะสม่ำเสมอ ให้เธอได้ปรับรับกับความรู้สึก ก่อนจะค่อยๆ เร่งขึ้นทีละจังหวะ เสียงกระทบกันดังเบาๆ ผสมกับเสียงหอบถี่ของพี่อรที่เริ่มสั่นเครือ ผมใช้มือข้างหนึ่งลูบขึ้นมาจากหน้าท้องจนถึงทรวงอก จับคลึงเบาๆ สลับกับก้มลงจูบซอกคอ
ไม่กี่อึดใจผมก็จับเอวเธอดึงถอยจนแทบชิดตัว แล้วกระแทกสวนเข้าไปลึกขึ้นกว่าเดิม ร่างเธอสะท้านไหวพร้อมเสียงหลุดครางเบาๆ จากในลำคอ ผมสลับจังหวะช้า-เร็ว เน้นให้ลึกเป็นช่วงๆ ทำให้เธอเริ่มยกสะโพกรับตามโดยไม่รู้ตัว
ผมดึงเธอขึ้นจากโต๊ะแล้วหมุนตัวให้นั่งคร่อมบนตักผมแทน ตอนนี้ผมนั่งบนเก้าอี้ไม้ เธอนั่งหันหน้าเข้ามา มือผมจับสะโพกเธอประคองขึ้นลงช้าๆ จนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันถี่ขึ้น เรามองตากันใกล้ๆ ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันทุกจังหวะ ผมก้มลงดูดยอดอกที่แกว่งไปตามแรง พร้อมใช้มืออีกข้างลูบแผ่นหลังเธอ
พี่อรเริ่มขยับเร็วขึ้นเอง แรงและลึกขึ้น เสียงหอบของเธอแทบจะกลืนกับเสียงหายใจของผม จังหวะเริ่มสั่นคลอนจนผมต้องจับเอวเธอกดลงพร้อมยกเอวสวนขึ้นอย่างแรงสุดท้าย ร่างเธอเกร็งสะท้าน เสียงหลุดครางสั้นๆ ก่อนที่ผมจะปล่อยตามไปติดๆ ความอุ่นจากภายในทำให้เราทั้งคู่แทบหมดแรง
เธอเอนตัวมากอดผมแน่น หน้าซบกับไหล่ เสียงหัวใจเราสองคนเต้นแรงพอๆ กัน ผมลูบหลังเธอเบาๆ ก่อนจะกระซิบ “นี่คงเป็นความลับที่เราจะไม่มีวันลืม”
