
น้ำฝนยืนอยู่หน้าบ้านหลังเก่าที่คุ้นเคย บ้านไม้สองชั้นที่เคยเป็นที่พักพิงของเธอและเอกในวันวาน สีน้ำเงินเข้มที่เคยสดใสตอนนี้ซีดจางลงตามกาลเวลา เหมือนกับความรักของทั้งคู่ที่เคยหวานชื่นแต่ตอนนี้เหลือเพียงรอยร้าว บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ห่างจากตัวเมืองไม่กี่กิโลเมตร ล้อมรอบด้วยทุ่งนาเขียวขจีและต้นมะม่วงใหญ่ที่เคยเป็นที่เล่นซ่อนหาของพวกเขาเมื่อยังเด็ก เธอจำได้ดีว่าบ้านนี้สร้างขึ้นจากเงินเก็บของพ่อแม่เอก ที่หวังจะให้ลูกชายมีครอบครัวอบอุ่นที่นี่ แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหลังจากเอกย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่ ทิ้งเธอไว้กับความเหงาและคำสัญญาที่เลือนลาง
น้ำฝนอายุสามสิบต้นๆ ยังคงสวยสะดุดตาด้วยใบหน้ารูปไข่ ดวงตาโตคมคาย และผมยาวสลวยที่ปล่อยลงมา เธอสวมเสื้อแขนกุดสีฟ้าอ่อนกับกางเกงยีนส์รัดรูป ที่เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าของร่างกายที่ยังคงกระชับแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี การกลับมาที่บ้านหลังนี้ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เธอได้รับข้อความจากเอกว่าเขากำลังจะขายบ้านหลังนี้ และอยากให้เธอมาดูแลของบางอย่างที่ยังเหลืออยู่ น้ำฝนลังเลอยู่นาน แต่สุดท้ายความผูกพันกับสถานที่นี้ก็ดึงดูดเธอให้กลับมา เธอเดินทางด้วยรถโดยสารเก่าๆ ผ่านถนนลูกรังที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ ทำให้เธอนึกถึงวันที่เอกเคยขับมอเตอร์ไซค์พาเธอไปเที่ยวน้ำตกใกล้ๆ หมู่บ้าน ความทรงจำเหล่านั้นทำให้หัวใจเธอเต้นเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเธอเปิดประตูบ้านเข้าไป กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นไม้เก่าลอยมาแตะจมูก ห้องรับแขกยังคงเดิม มีรูปถ่ายคู่ของเธอและเอกแขวนอยู่บนผนัง เอกในรูปนั้นยิ้มกว้าง ตัวสูงใหญ่ ผิวคล้ำแดด กับแขนกล้ามเนื้อแน่นที่เคยกอดเธอไว้แนบอก แต่ตอนนี้เอกเปลี่ยนไปแล้ว เขาแต่งงานใหม่ มีชีวิตในเมืองที่หรูหรา ทิ้งเธอไปเพราะเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น น้ำฝนถอนหายใจยาว เดินขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดไปยังห้องนอนชั้นบน ห้องที่เคยเป็นห้องส่วนตัวของพวกเขา เตียงไม้ขนาดใหญ่ยังคงอยู่ที่นั่น ผ้าปูที่นอนสีเทาที่เธอเคยซื้อมาเองยังคงพับไว้เรียบร้อย เธอนั่งลงบนขอบเตียง มองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นทุ่งนาไกลลิบ ความเหงาเริ่มเกาะกุมหัวใจ แต่แล้วเธอก็ได้ยินเสียงประตูด้านล่างเปิดออก
เอกเดินเข้ามาในบ้าน สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงขายาวสีเทา ร่างกายของเขายังคงแข็งแรงเหมือนเดิม แต่ใบหน้ามีรอยย่นเพิ่มขึ้นจากความเครียดในเมืองใหญ่ ดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องมาที่น้ำฝนทันทีที่เห็นเธอเดินลงบันได “ฝน… เธอมาจริงๆ เหรอ” เสียงของเขาดังขึ้นด้วยความประหลาดใจผสมดีใจ น้ำฝนพยักหน้าเบาๆ “ฉันมาดูบ้านหลังสุดท้ายก่อนนายจะขาย” เธอตอบเสียงเรียบ แต่หัวใจเต้นแรง การพบกันครั้งนี้ทำให้ความรู้สึกเก่าๆ ผุดขึ้นมา ทั้งความรัก ความโกรธ และความปรารถนาที่ซ่อนเร้น
ทั้งคู่นั่งคุยกันในห้องรับแขก เอกเล่าเรื่องชีวิตในเมือง ความสำเร็จในงาน แต่ก็แฝงด้วยความเหนื่อยล้า น้ำฝนฟังเงียบๆ แต่สายตาของเธอจับจ้องที่ริมฝีปากของเขา ที่เคยจูบเธออย่างดูดดื่มในคืนฝนตกหนักวันนั้น การสนทนาค่อยๆ ลึกซึ้งขึ้น เอกยอมรับว่าเขาคิดถึงเธอ คิดถึงบ้านหลังนี้ และคิดถึงช่วงเวลาที่พวกเขาเคยมีความสุขด้วยกัน “ฝน… ฉันผิดไปแล้ว” เขาพูดเสียงแผ่ว มือใหญ่ของเขายื่นมาสัมผัสแขนเธอเบาๆ น้ำฝนสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ได้ดึงออก ความอบอุ่นจากฝ่ามือเขาทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นแปลกๆ หัวใจเต้นเร็วขึ้น หายใจถี่กระชั้น
บรรยากาศในบ้านเริ่มตึงเครียดด้วยความปรารถนาที่สะสมมานาน เอกขยับตัวเข้าใกล้มากขึ้น สายตาของเขาจับจ้องที่เนินอกของเธอที่โผล่พ้นคอเสื้อ น้ำฝนรู้สึกตัวร้อนผ่าว รู้ว่าเธอควรหยุด แต่ร่างกายไม่ฟังเสียง เธอปล่อยให้เอกก้มลงมาจูบเธอเบาๆ ที่คอ จูบที่เริ่มจากแผ่วเบาแต่ค่อยๆ เร่าร้อนขึ้น เขาเลื่อนริมฝีปากลงมาที่ไหล่เธอ มืออีกข้างลูบไล้แผ่นหลังเบาๆ ทำให้เธอขนลุกซู่ น้ำฝนครางเบาๆ ในลำคอ ขณะที่เอกดึงเธอเข้ามาใกล้มากขึ้น กอดรัดร่างกายเธอแนบชิด จูบเธออย่างดูดดื่ม ลิ้นของเขาสอดแทรกเข้ามาในปากเธอ พันเกี่ยวกันอย่างหิวกระหาย เธอตอบสนองโดยไม่รู้ตัว มือเธอโอบรอบคอเขา กดเขาเข้ามาใกล้มากขึ้น ความเสียวซ่านเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วท้องน้อย ทำให้เธอรู้สึกเปียกชื้นระหว่างขา
เอกอุ้มน้ำฝนขึ้นบันไดไปยังห้องนอนชั้นบน วางเธอลงบนเตียงไม้เก่า เสียงเตียงเอี๊ยดเบาๆ ยิ่งเพิ่มความตื่นเต้น เขาถอดเสื้อของตัวเองออก เผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อที่ยังคงแข็งแรง น้ำฝนมองอย่างตะลึง มือเธอเอื้อมไปสัมผัสแผ่นอกเขา เอกก้มลงมาจูบเธออีกครั้ง มือเขาเลื่อนลงไปถอดเสื้อของเธอออกช้าๆ เผยให้เห็นยกทรงสีครีมที่ห่อหุ้มเนินเนื้ออวบอิ่ม เขาก้มลงไปจูบที่เนินเนื้อนั้น ลิ้นเลียวนรอบหัวนมที่แข็งเป็นไตผ่านเนื้อผ้า ทำให้เธอครางดังขึ้น “เอก… อ๊า…” เธอเรียกชื่อเขาเสียงสั่น เขาถอดยกทรงเธอออก จูบดูดหัวนมทั้งสองข้างสลับกัน มืออีกข้างลูบไล้ลงไปที่ท้องน้อย ลอดเข้าไปในกางเกงยีนส์ สัมผัสเนินเนื้อนุ่มที่กำลังเปียกชื้น นิ้วเขาวนเวียนรอบปุ่มกระสัน ทำให้เธอสะดุ้งเฮือก ร่างกายบิดเร่า
น้ำฝนถอดกางเกงของเอกออก เผยให้เห็นของลับที่แข็งโด่เด่ ลำใหญ่ยาวที่เธอเคยคุ้นเคย มือเธอเอื้อมไปจับมันเบาๆ รูดขึ้นรูดลงช้าๆ ทำให้เอกครางในลำคอ เขาถอดกางเกงยีนส์ของเธอออกพร้อมกางเกงใน เผยให้เห็นเนินเนื้อโหนกนูนที่ปกคลุมด้วยขนบางๆ เอกก้มลงไปจูบที่นั่น ลิ้นเขาเลียวนรอบกลีบเนื้อชุ่มฉ่ำ สอดแทรกเข้าไปในช่องทางแคบ ทำให้เธอกรีดร้องด้วยความเสียว “เอก… เสียวจัง…” เธอพูดเสียงแผ่ว เขาเลียต่อเนื่อง ดูดดึงปุ่มกระสันจนเธอเกร็งตัว ร่างกายสั่นสะท้านใกล้ถึงจุดสุดยอด แต่เขาหยุดก่อน แล้วขยับตัวขึ้นมาทาบทับเธอ
เอกจับของลับของเขาเสียดสีกับเนินเนื้อเธอช้าๆ ทำให้เธอครางไม่ขาดปาก แล้วเขาก็ค่อยๆ ดันเข้าไปในช่องทางที่กำลังตอดรัด ของลับเขาเข้าไปลึกจนสุดลำ เธอรู้สึกเต็มอิ่มภายใน ร่างกายร้อนผ่าว เขาเริ่มขยับสะโพกช้าๆ เข้าออกอย่างแผ่วเบา แต่ค่อยๆ เร่งจังหวะเร็วขึ้น น้ำฝนโอบกอดเขาแน่น ขาเธอเกี่ยวรอบเอวเขา กดเขาเข้ามาลึกมากขึ้น “เร็วอีก… เอก…” เธอร้องขอ เขาตอบสนองด้วยการกระแทกแรงขึ้น ท่าแบบมิชชันนารีนี้ทำให้พวกเขาใกล้ชิดกันมาก เขาจูบเธอขณะที่ขยับสะโพกถี่ยิบ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังพั่บๆ ผสมกับเสียงครางของทั้งคู่
เอกพลิกตัวน้ำฝนให้คว่ำหน้า ยกสะโพกเธอขึ้น ท่าแบบดอกกี้สไตล์นี้ทำให้เขาดันเข้าไปลึกกว่าเดิม มือเขาเอื้อมไปบีบเนินเนื้อด้านหน้า ขณะที่สะโพกกระแทกแรงๆ น้ำฝนกรีดร้องด้วยความเสียวซ่าน ท้องน้อยตอดรัดของลับเขาแน่นอน เขาเร่งจังหวะเร็วขึ้นจนเธอถึงจุดสุดยอดก่อน ร่างกายสั่นเกร็ง น้ำรักของเธอไหลทะลักออกมา แต่เอกยังไม่หยุด เขาพลิกเธอให้นั่งทับเขา ท่าแบบคาวเกิร์ล น้ำฝนขย่มสะโพกขึ้นลงช้าๆ มือเธอวางบนแผงอกเขา ของลับเขาดันขึ้นมาลึกสุดทุกครั้งที่เธอขย่มลง เธอเร่งจังหวะเร็วขึ้น เนินเนื้อเธอเสียดสีกับโคนของเขา ทำให้เสียวซ่านมากขึ้น เอกเอื้อมมือไปบีบหัวนมเธอ ทำให้เธอครางดัง “อ๊า… เอก… ใกล้แล้ว…” เขาตอบด้วยการยกสะโพกขึ้นกระแทกสวน เสียงดังพั่บๆ ดังก้องห้อง
ในที่สุดเอกก็ถึงจุดสุดยอด น้ำรักของเขาพุ่งทะลักเข้าไปภายในเธอ ร่างกายทั้งคู่สั่นสะท้าน กอดกันแน่น ก่อนจะล้มลงนอนเคียงข้างกัน หายใจหอบถี่ บ้านหลังเดิมยังคงเงียบสงบ แต่คนทั้งสองไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความปรารถนาที่ลุกโชนได้จุดไฟเก่าให้ลุกขึ้นใหม่
