
ผมชื่อ ตั้ม อายุ 27 ปี พนักงานออฟฟิศธรรมดา ๆ คนนึง วันนี้ผมมาร่วมงานแต่งของญาติที่บ้านนอก งานจัดใหญ่พอสมควร เพราะญาติฝ่ายเจ้าสาวเป็นเจ้าของธุรกิจท้องถิ่น ส่วนเจ้าบ่าวเป็นลูกชายคนเดียวของบ้านที่มีฐานะไม่เบา
บ้านเจ้าบ่าวที่ใช้จัดงานนั้นใหญ่และแต่งไว้สวยมาก ผมมากับแม่ในตอนกลางวัน ช่วยจัดของบ้าง กินข้าวบ้าง พอถึงตอนเย็นผมก็แยกไปพักที่บ้านญาติใกล้ ๆ ที่เขาจัดห้องไว้ให้คนต่างจังหวัดนอน ผมโดนจับให้พักรวมกับแขกอีกหลายคนที่ไม่รู้จัก จึงตัดสินใจออกมาเดินเล่นรอบบ้านเจ้าบ่าวตอนดึก ๆ เพราะหลับไม่ลง
แสงไฟราง ๆ จากหลอดนีออนทำให้ผมเห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าห้องชั้นบนของบ้าน…
เธอใส่ชุดนอนผ้าซาตินบางเบาสีเทาอมม่วง ผมยาวลอนสวย ผิวขาวอมชมพูจนสะดุดตา หน้าตาดีแบบที่ต้องเรียกว่า “แม่ยังสาว” เธอกำลังนั่งจิบไวน์เบา ๆ พร้อมเสียงเพลงแจ๊ซคลอ ๆ ออกมาจากลำโพงเล็กในมือ
“มาเดินเล่นเหรอลูก?” เธอถามพลางยิ้มให้
ผมพนมมือไหว้ “สวัสดีครับแม่” เพราะเดาว่าเธอน่าจะเป็นแม่เจ้าบ่าว
“เรียกพี่ก็ได้ลูก แม่ยังไม่ถึงสี่สิบดีเลย” เธอหัวเราะเบา ๆ พลางตบเบาะข้าง ๆ เป็นเชิงชวนให้นั่งลง
ผมนั่งลงข้างเธออย่างเก้ ๆ กัง ๆ ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากน้ำหอมกับไวน์แดงที่ผสมกันจนทำให้รู้สึกแปลก ๆ แถมแสงสลัว ๆ ยิ่งขับให้เห็นหน้าอกที่ดันออกมาจนชุดแทบปริอยู่ใต้สายเดี่ยวบาง ๆ …ตาผมหลบไม่ทัน
“แอบมองเหรอ…” เธอหันมายิ้มมุมปาก “ผู้ชายก็แบบนี้แหละ แต่ถ้าจะมองก็ขอให้มองแบบจริงใจนะ อย่ามองแล้วใจคิดลึก ๆ ล่ะ”
เธอพูดพร้อมหันมาใกล้หน้าผม จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่แตะหน้ากันเบา ๆ ใจผมเต้นแรง…มือเย็นเฉียบของเธอวางลงบนต้นขาผมเบา ๆ จนสะดุ้งนิดนึง
“ห้องพี่อยู่ข้างในนี่เอง เข้ามานั่งข้างในดีกว่า เดี๋ยวยุงกัด”
ผมเดินตามเธอเข้าห้องที่เปิดแอร์เย็น ๆ พร้อมไฟสลัวจากโคมที่หัวเตียง บรรยากาศดูอบอุ่นแต่แฝงความเย้ายวน เธอหันกลับมาอย่างรวดเร็ว…
ริมฝีปากอิ่มแตะแก้มผมเบา ๆ แล้วตามด้วยสายตาที่มองลึกเข้ามาเหมือนจะถามว่า “พร้อมหรือยัง”
ผมไม่ได้ตอบ แต่กลับเป็นร่างกายที่โน้มไปหาเธอ จูบตอบกลับอย่างไม่รู้ตัว มือผมวางบนเอวที่นุ่มนิ่มของเธอ เธอดันตัวผมไปพิงกำแพง แล้วค่อย ๆ รูดเสื้อเชิ้ตผมออกด้วยมือที่สั่นนิด ๆ
“อย่าบอกใครนะ…คืนนี้ขอพี่ปลดปล่อยหน่อย”
เธอพูดเสียงแผ่ว มือเธอลูบผ่านแผงอกผม ไล่ลงไปถึงหน้าท้องที่เกร็งแน่นด้วยความรู้สึกปั่นป่วน แล้วค่อย ๆ สะกิดปลายกางเกงจนของผมโผล่ออกมาอย่างชัดเจน
“ลูกชายพี่…ยังไม่เคยให้ความรู้สึกแบบนี้เลย”
ผมพูดไม่ออก ได้แต่จับเอวเธอแล้วดันไปนั่งบนเตียง มือของผมค่อย ๆ เลิกชุดนอนบางเบาขึ้นไป เผยให้เห็นหน้าอกเต็มเต้าสะท้อนแสงนวล ๆ ผิวเธอละเอียดและหอมจนผมอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปลิ้มรส ใช้ลิ้นวนช้า ๆ พร้อมดูดเบา ๆ จนเธอครางในลำคอ
“อือ…ตั้ม อย่าทำให้พี่ติดใจมากนักนะ เดี๋ยวไม่อยากปล่อย”
ผมค่อย ๆ ไล่ลงมาจนถึงหน้าท้องแบนราบ แล้วใช้ปลายลิ้นแตะที่ขอบกางเกงในลูกไม้ เธอกระตุกนิด ๆ แต่ก็ยกสะโพกขึ้นให้ผมถอดมันออก
กลีบของเธอเรียบสวย แฉะชุ่มราวกับรอคอยอยู่ก่อนแล้ว ผมไม่รอช้า ก้มลงใช้ปลายลิ้นกวาดช้า ๆ ไล่ขึ้นลงจนเธอสั่นเกร็ง สองขาเธอกดหัวผมไว้แน่นพร้อมเสียงหอบถี่ ๆ
“พี่จะไม่ไหวแล้วนะ ตั้ม…เข้ามาสิ”
ผมค่อย ๆ สอดเข้าไปในท่าที่เธอนอนกางขาบนเตียง ร่องของเธอคับพอดีลำผมเป๊ะ ๆ รู้สึกได้ถึงแรงบีบที่รัดตลอดแท่ง ผมขยับช้า ๆ แล้วค่อยเร่งจังหวะ เธอกัดริมฝีปาก ครางเบา ๆ แต่ชัดเจนทุกคำ
มือเธอข่วนที่ไหล่ผมเบา ๆ พร้อมจิกผ้าปูที่นอนแน่น เราเปลี่ยนท่าไปเป็นท่าหมา เธอโก่งตัวเล็กน้อย มือยันกับหัวเตียง สะโพกกระทบกับผมดังพั่บ ๆ ไม่ขาดตอน
“แรงอีกตั้ม…ลึกแบบนั้นแหละ”
ผมกระแทกซ้ำ ๆ จนรู้สึกได้ว่าเธอกระตุกสองสามครั้งก่อนทิ้งตัวลงนอนหอบ หน้าแดง ผมเปียกเหงื่อ
ผมกอดเธอจากด้านหลัง สอดลำยังอยู่ข้างในโดยไม่ถอดออก เรานอนแนบกันเหมือนคู่รักที่เพิ่งเสร็จสมกัน
“คืนนี้ไม่มีใครรู้ใช่ไหม?” เธอถามเสียงเบา
“ไม่มีใครรู้ครับ…มันคือความลับของผมกับแม่เจ้าบ่าว”
หลังคืนนั้น ผมตื่นขึ้นมาในห้องของแม่เจ้าบ่าว…หรือผมควรจะเรียกว่า “พี่แอน” อย่างที่เธอให้เรียกกันแน่ ความรู้สึกหลังจากเสร็จจากกันเมื่อคืนยังคงกรุ่นอยู่ในตัว ทั้งกลิ่นกาย รอยสัมผัส และเสียงครางที่วนอยู่ในหัวไม่หยุด
“อรุณสวัสดิ์…ตื่นก่อนแขกคนอื่นเลยนะ” เสียงพี่แอนดังมาจากปลายเตียง เธอห่มผ้าแค่ผืนเดียว เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมผ้าขนหนูที่พันตัวหลวม ๆ เผยต้นขาขาวลออเต็มสายตา ผมแทบลุกไม่ขึ้นในทุกความหมาย
“เมื่อคืน…ไม่ใช่ฝันใช่ไหมครับพี่แอน” ผมถามเบา ๆ พลางนั่งพิงหัวเตียง
“ฝันเหรอ…” เธอหัวเราะนิด ๆ ก่อนเดินมานั่งลงบนตักผมแล้วกระซิบข้างหู “พี่รู้สึกทุกวินาทีเลยตะหากล่ะ”
เธอเลื่อนตัวลงมาจูบผมเบา ๆ ก่อนลิ้นเราจะพันกันอีกครั้งแบบไม่รีบร้อน คราวนี้ไม่ใช่ความร้อนแรงแบบเมื่อคืน แต่มันคือความหิวกระหายที่ยังตกค้าง…มือเธอเริ่มลูบผ่านหน้าท้องผมแล้วจับเข้าที่แท่งที่เริ่มตื่นตัวอีกครั้ง
“ขออีกรอบเถอะนะพี่…ยังไม่พอเลย” ผมกระซิบใกล้หูเธอบ้าง
เธอหัวเราะแล้วลุกขึ้น เดินไปยืนกลางห้องแล้วค่อย ๆ ปลดผ้าขนหนูออก…ร่างเปลือยของเธอเผยให้เห็นทุกส่วนอย่างชัดเจน หน้าอกอวบเต็มมือ เอวคอดรับกับสะโพกกลมกลึง ขาเรียวยาวขาวเนียน…ไม่มีอะไรน่ามองไปมากกว่านี้อีกแล้ว
เธอกวักมือเรียกผมไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วค่อย ๆ คุกเข่าลงตรงหน้า…มือเธอรูดแท่งผมขึ้นลงช้า ๆ สลับกับเลียวนที่ปลายจนผมต้องพิงพนักเก้าอี้อย่างสุดแรง
ลิ้นของเธอช่ำชอง สัมผัสนุ่มนวลแต่เร้าใจ เธอสลับดูดทีละส่วน ลึกจนเกือบสุด เสียงดูดดังชัดเจนในห้องเงียบ ๆ มือเธอประคองไข่เบา ๆ พร้อมใช้ปลายลิ้นตวัดเล่น ทำเอาผมต้องกัดฟันแน่น
“พี่…ผมไม่ไหวแล้ว ขึ้นมาเถอะครับ” ผมบอกพร้อมดึงเธอลุกขึ้น
เรามาต่อกันที่ขอบเตียง คราวนี้ผมจับเธออุ้มขึ้นให้นั่งบนตักแล้วดันตัวเธอลงมาช้า ๆ ความรู้สึกตอนที่ของเธอกลืนผมลงไปทีละนิดมันร้อนและตอดถี่กว่ารอบที่แล้ว
“อื้มม…ตั้ม เข้าลึกจังเลย…พี่เสียวอีกแล้ว” เธอกระซิบเสียงพร่า
เราเคลื่อนไหวเข้าหากันช้า ๆ ในท่าที่เธอกอดคอผมแล้วโยกสะโพกขึ้นลงจังหวะสม่ำเสมอ หน้าอกเธอเบียดอกผมทุกครั้งที่กระแทกลงมา ผมก้มลงดูดปลายยอดสลับซ้ายขวา แล้วบีบบั้นท้ายเธอเน้น ๆ เพื่อเร่งจังหวะ
เมื่อเธอเริ่มส่งเสียงครางกระชั้น ผมเปลี่ยนให้เธอนอนหงายที่เตียง แล้วดึงขาเธอพาดไหล่ผม ก่อนจะเริ่มกระแทกเข้าไปเต็มแรงในท่าชันเข่า เสียงกระทบกันดังไม่หยุด ห้องนั้นมีกลิ่นกายเราชัดเจน เหงื่อซึมทั่วตัวเธอ ผมเห็นดวงตาที่ลืมครึ่งปิดครึ่งเปิด แล้วเสียงของเธอที่สั่นจนแทบพูดไม่เป็นคำ…
“พี่จะเสร็จอีกแล้ว…ไม่ไหวแล้วจริง ๆ…ตั้ม—อย่าหยุดนะลูก—”
เธอถึงจุดสุดยอดพร้อมเสียงครางที่กลั้นไม่อยู่ ส่วนผมก็ปลดปล่อยออกมาทันทีหลังจากนั้นไม่กี่จังหวะ น้ำอุ่น ๆ ฉีดเข้าไปลึกจนเธอกระตุกซ้ำแล้วซ้ำอีก
เรานอนทับกันนิ่ง ๆ แบบนั้นนานหลายนาที ร่างเปลือยแนบกัน หายใจหอบเหมือนวิ่งมาไกล
หลังงานแต่งจบ วันนั้นผมกลับกรุงเทพตามปกติ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ “ข้อความลับ ๆ” ที่ถูกส่งมาจากเบอร์ที่ไม่เคยมีในเครื่องมาก่อน…
“คิดถึงรสสัมผัสของเมื่อคืนอีกแล้วสิ…คราวหน้า พี่จะสอนท่าใหม่ให้นะคนเก่งของพี่แอน”
